หน้าแรก » ทิปส์ท่องเที่ยว » เปิดเส้นทาง Unseen จันทบุรี ใกล้ชิดธรรมชาติ สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด

เปิดเส้นทาง Unseen จันทบุรี ใกล้ชิดธรรมชาติ สูดอากาศสดชื่นให้เต็มปอด

เมื่อวันที่ 19-20 กรกฏาคมที่ผ่านมา จันท์จี๊ดดได้ร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทาง Unseen จันทบุรี พร้อมร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา จัดโดย ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับ ฟอร์ดเอก จันทบุรี เพื่อนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ของจันทบุรี ที่หลายๆคนยังไม่เคยได้สัมผัส โดยการเดินทางเริ่มต้นจากศูนย์บริการฟอร์ดเอกจันทบุรี

คุณศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ดประเทศไทย กล่าวต้อนรับและชี้แจงเส้นทางที่เราจะไปกัน

คุณภวัต แสงอุไร ผู้จัดการทั่วไป (ฟอร์ด เอกจันทบุรีและตราด) ได้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆสำหรับทริปนี้ พร้อมมอบรถ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2L ให้เราได้ขับขี่ตลอดทริป เมื่อได้รถก็ไม่รีรอละครับ ออกเดินทางกันดีกว่า

เราเริ่มออกเดินทางกันประมาณช่วง 10 โมงครับ ก่อนออกเดินทางก็ต้องเปิดเพลงฟังชิวล์ๆ กันดีกว่าครับ

ออกเดินทางมาได้สักพัก เหมือนฟ้าเล่นตลก ฝนกำลังตกกระหน่ำตลอดทางเลย ตอนแรกนึกว่าการขับรถกระบะจะขับยากนะ แต่พอได้ลองขับฟอร์ด เรนเจอร์คันนี้ ขับง่าย นุ่ม รู้สึกมั่นใจถึงความปลอดภัย รวมไปถึงเทคโลยีที่ช่วยเราในด้านความปลอดภัยที่จัดมาเต็มจริงๆ ทำให้ยิ่งมั่นใจในการขับขี่ในทริปนี้มาก

สถานที่แรกที่เราจะแวะก่อนเลย นั่นคือ ร้านอาหารจันทร์วนา ครับ เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อทั้งรสชาติิิอาหาร และบรรยากาศที่ร่มรื่น

ร้านอาหารจันทร์วนา

ที่ตั้ง :

เมื่อมาถึงร้านจันทร์วนา บรรยากาศภายนอกรายล้อมไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ ตัวร้านยกระดับอยู่ที่ด้านบน มีโซนระเบียงไม้สำหรับนั่งชิวล์ๆช่วงเย็นๆ มีอาหารให้เลือกหลากหลายครับ ทั้งขาหมูเยอรมันที่เป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้าน ผัดผัก ยำทะเล กุ้งอบวุ้นเส้น แกงเขียวหวาน ซึ่งรสชาติแต่ละอย่างรสชาตินั้นอร่อย กลมกล่อมเลยทีเดียวครับ ใครผ่านเส้นทางนี้ลองแวะมาชิมได้ครับ

นอกจากร้านอาหารแล้ว ที่นี่ยังมีโซนร้านกาแฟที่มีมุมน่ารักๆ ให้นั่งพักผ่อนก่อนจะออกเดินทางต่อ พร้อมเมนูกาแฟที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน อย่างจันทร์วนาคอฟฟี่ ได้ชิมเพียงแค่นิดเดียวก็สดชื่น มีความหอมของนมและความเข้มของกาแฟสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่กินยังไงก็หอมลงตัวจริงๆ แค่นี้ก็พร้อมจะเดินทางต่อละครับ (จันทร์วนาคอฟฟี่ เย็น 50 บาท)

เมื่ออิ่มท้อง ก็ต้องเดินทางต่อกันแล้วล่ะครับ จุดที่เราจะไปต่อกันก็คือ วัดเขาชวัง ซึ่งวัดนี้ผมเองก็ยังไม่เคยไปเลย เดินทางต่ออีกประมาณ 7 กิโลเมตร เราก็จะเจอป้ายวัดอยู่ทางซ้ายมือ

วัดเขาชวัง

สถานที่ตั้ง : วัดเขาชวัง ม.6 ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
เวลาเปิด : เปิดทุกวัน
การเดินทาง : ห่างจากตัวจังหวัดจันทบุรี ประมาณ 60 กิโลเมตร

เป็นวัดที่มีความร่มรื่น รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด เนื่องด้วยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านบนของเขาชวัง มีจุดเด่นที่โบสถ์ไม้แกะสลักทั้งหลัง โดยนำไม้เหลือใช้ และส่วนหนึ่งทางวัดซื้อมา เช่น ไม่สัก ไม้ตะเคียน ไม้ประดู่ และไม้แดง มาสร้างเป็นโบสถ์ไม้แกะสลักทั้งหลังเมื่อปลายปี 2553 โดยโบสถ์หลังดังกล่าว พระอาจารย์หนูทอง หาสจิตโต เจ้าอาวาส มีแนวความคิดต้องการสร้างโบสถ์ไม่ให้เหมือนกับวัดอื่นในจังหวัดจันทบุรี

 

โดยเรื่องราวบนไม้แกะสลักทั้งหมดนั้น ได้มีการเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ สัตว์ 12 ราศี รวมไปถึงวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งแต่ละเรื่องราวสอดคล้อง ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวได้อย่างลงตัวบนพื้นไม้แกะสลักแต่ละชิ้น

ปัจจุบัน พระอาจารย์หนูทอง หาสจิตโต ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เที่ยวชมได้ โดยมีนักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมากราบพระและถ่ายภาพกันอย่างต่อเนื่อง

พระประธาน เป็นพระที่แกะสลักจากหินหยกขาว จากประเทศพม่า พื้นด้านล่างด้านหน้าพระประธาน มีกระจกใส ภายในเป็นหินที่ตั้งอยู่เดิมครับ โดยจุดตรงนี้ คือจุดสูงสุดของเขาชวัง เชื่อกันว่าบริเวณนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่มากมาย สามารถกราบไหว้ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลกันได้ครับ

หลังจากเยี่ยมชมวัดเขาชวัง พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังอีกสถานที่นึง ซึ่งที่แห่งนี้บอกตรงๆ ผมเองก็ยังไม่เคยไปเช่นกันครับ

พอออกจากวัดสักพัก เพื่อนๆลองสังเกตสองข้างทางครับ บรรยากาศนี่ได้อารมณ์เหมือนขับรถอยู่โซนวังน้ำเขียว หรือโซนภาคเหนือเลยล่ะครับ เพิ่งรู้ว่าจันทบุรี ก็มีแบบนี้กับเขาด้วย เห็นแล้วรู้สึกสบายตาจังเลย

เราเดินทางจากวัดเขาชวังมาประมาณ 26 กิโลเมตร ก็เดินทางมาถึง อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ

อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ

อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ เป็นโครงการของกรมชลประทาน เริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2547 มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ด้านการเกษตรและการประมง เป็นการสำรองน้ำสำหรับเกษตรกรในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว โดยน้ำที่ได้มาจากต้นน้ำทางทางทิศตะวันออกของเขาสอยดาว ข้ามฝั่งถนนทางหลวง 317 ลงมายังฝั่งตะวันตกของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีพื้นที่ 188 ตารางกิโลเมตร สามารถรับได้เฉลี่ย 214.80 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

เมื่อเราเดินทางมาถึง อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ เราจะมองเห็นทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำอย่างสุดลูกหูลูกตา ปลายสุดเป็นภูเขาสูง มีเกาะแก่งกลางอ่างเก็บน้ำ เมื่อก้าวขาลงจากรถ ลมเย็นๆจากภูเขาด้านหน้า ก็ปะทะอย่างจัง อากาศดีมากๆ ใครชอบท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แนะนำเลยครับ

อีกจุดที่น่าถ่ายรูปก็คือบริเวณขอบๆของถนน จะมีหญ้าและดอกหญ้างอกอย่างเป็นทิวแถว สีเขียวสลับแดงชมพู ถ้าได้จักรยานสักคัน ปั่นตามแนวสันอ่างเก็บน้ำยามเย็นๆ ชมพระอาทิตย์ตกก็คงฟินเลยล่ะครับ

วิวสวยๆแบบนี้ ขอถ่ายกับรถคู่กายไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อยนะครับ ฮ่าๆ

จากนั้น ได้เดินทางมุ่งหน้ามายังบริเวณ น้ำตกหินดาด เพื่อทำการมอบสิ่งของจำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาช้างป่า ให้แก่กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 544 ฐานดงจิก และได้ร่วมสร้างแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า (โป่งเทียม) และร่วมปลูกกล้วยไม้เหลืองจันทบูร เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้และฟื้นฟูให้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไป

น้ำตกหินดาด

เส้นทางในการเดินทางมาค่อนข้างจะธรรมชาติมาก ต้นไม้น้อยใหญ่สองข้างทาง เส้นทางบางจุดจะเป็นดินภูเขา บ้างจุดก็ลื่นบ้าง เป็นเนินชันบ้าง ก็ได้ทดสอบสมรรถนะรถขับเคลื่อนสี่ล้อกันแทบทุกคันครับ ฮ่าๆ ถ้าฝนตกหนักๆ รถเล็กไม่แนะนำครับ

เมื่อเดินทางมาถึง ก็มีคุณสมศักดิ์ พะเนียงทอง ประธานคณะกรรมการผู้จำหน่ายฟอร์ด กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด เอก กรุ๊ป และนายกฯ ต.ทับไทร ได้กล่าววัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมทีมวิทยากรจากทหารพรานฯ ให้ความรู้พร้อมสาธิตการทำ Seed Ball เพื่อใช้ในการขยายพันธุ์พืชอาหาร ในช่วงฤดูฝนให้เจริญเติบโตเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าต่อไป

ทุกคนตั้งใจปั้น เพื่อพร้อมที่จะนำไปยิงด้วยหนังสติ๊ก ให้ Seed Ball ได้เข้าไปตกในป่าไกลๆ และเตรียมพร้อมให้นักบินพารามอเตอร์นำไปโปรยยังบนเขาที่ห่างไกลอีกด้วย

จากนั้นได้มาเรียนรู้การทำโป่งเทียม ซึ่งเป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า โดยจะนำเกลือและแคลเซียมมาผสมคลุกเคล้ากันในดิน สร้างเป็นจุดๆ เพื่อให้สัตว์มากินในยามที่มันต้องการแร่ธาตุ โดยมีพี่ๆทหารคอยแนะนำการทำ พร้อมให้ความรู้

หลังจากทำโป่งเทียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้ร่วมกันนำพันธุ์เหลืองจันทบูรที่ได้จากการเพาะเนื้อเยื่อ จนเจริญเติบโตเป็นต้นกล้า ไปปลูกบริเวณต้นไม้สูง เพื่อทำการขยายพันธุ์ เป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ได้มอบแร่ธาตุในการสร้างโป่งเทียม ให้กับกองร้อยทหารพราน นาวิกโยธินที่ 544 ฐานดงจิก ไว้ใช้สร้างแหล่งอาหารให้ช้างและสัตว์ป่าต่อไป

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ก็ได้เดินชมธรรมชาติบริเวณน้ำตกหินดาด ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์จนเต็มปอด ฟังเสียงน้ำตกที่ไหลเซาะตามซอกหินที่รายล้อมด้วยต้นไม้เขียวขจี แค่ได้มาสัมผัสธรรมชาติแค่นี้ ก็รู้สึกผ่อนคลายแล้วล่ะครับ

      

 

เสร็จสิ้นภารกิจในวันนี้ก็เกือบค่ำแหนะ เดินทางเข้าสู่ที่พักกันต่อ คืนนี้เราจะพักกันที่ Chatruim Golf Resort Soidao (ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว) ซึ่งเป็นโรงแรมเครือชาเทรียมและเรซิเดนซ์ พื้นที่กว่า 3,950 ไร่ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และทิวเขาที่สวยงามมากๆ ลองเลื่อนลงไปดูภาพกันนาววว

Chatruim Golf Resort Soidao (ชาเทรียม กอล์ฟ รีสอร์ท สอยดาว)

ที่ตั้ง : ตำบล ทับไทร อำเภอ โป่งน้ำร้อน จันทบุรี 22140
โทรศัพท์ : 039 460 960

ขอบอกได้เลยว่าบรรยากาศดีมากกกกกก มีความร่มรื่น สวยงาม โดยถ้ามองจากห้องพักออกไปเพื่อนๆจะเห็นเขาสอยดาว ที่ตั้งสูงเด่น เห็นสนามกอล์ฟอันเขียวขจี ซึ่งเป็นสนามระดับสากล มีครบ 18 หลุม ภายในห้องพักมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน การเดินทางจาก Chatruim Golf Resort Soidao จากด่านถาวรบ้านผักกาด จุดผ่านแดนไปยังเมืองปรม ไพลิน ประเทศกัมพูชาใช้เวลาประมาณ 40 นาที และห่างจากตัวเมืองจันทบุรีเพียง 46 กิโลเมตร

หลังจากที่ได้พักผ่อนกาย คลายเหนื่อยกันแล้ว พวกเราก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางฟอร์ด ประเทศไทย ได้จัดขึ้น นั่นคือกิจกรรมฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life (DSFL) ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากๆ ที่ฟอร์ดจัดฝึกอบรมทั่วโลก ในปีนี้ครบรอบ 10 ปีที่ได้จัดฝึกอบรมในประเทศไทย ซึ่งการฝึกอบรมในครั้งนี้ได้ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมได้เรียนรู้ถึงทักษะการขับรถอย่างถูกต้อง ปลอดภัย การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ฉุกเฉิน เทคนิกต่างๆ ซึ่งทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้ฝึกทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

ต้องขอขอบคุณฟอร์ด ประเทศไทย , ฟอร์ดเอก จันทบุรี ที่ได้จัดกิจกรรมเปิดเส้นทาง Unseen จันทบุรี พร้อมได้ขับรถกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง Ford Ranger บุกป่าฝ่าดงทดสอบสมรรถนะกันสุดๆ ถือเป็นการแนะนำการท่องเที่ยวจันทบุรีในอีกมิติหนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวหลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ไปสัมผัส เป็นการท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดธรรมชาติและป่าเขา ถ้าหากมองภายนอก จะมองแค่ว่าจันทบุรีเป็นเมืองผลไม้ เป็นเมืองติดชายฝั่งทะเล ทั้งแท้จริงแล้วจังหวัดจันทบุรีของเรา มีครบทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก รวมไปถึงอาหารที่อร่อยที่มีให้เราเลือกทานอย่างจุใจ ลองมาครับ มากิน มาเที่ยว มาพัก แล้วคุณจะรักจันทบุรี

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับ @armcreation

ช่างภาพ ที่ปรึกษาสาธารณะด้านไอที นักชิม นักติ ทั้งชิมทั้งติทุกที่ในจันทบุรี รับถ่ายภาพคน สัตว์ สิ่งของ อาหาร

ลองดูนี่สิ !

พักผ่อนกับบรรยากาศร่มรื่นติดทะเลที่ “อ่าวยางรีสอร์ท”

FacebookTwitterGoogle+Lineหากใครได้มาสัมผัสกับชายหาดอีกหนึ่งชายหาดในอำเภอแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ก็จะได้สัมผัสถึงความสงบ เป็นส่วนตัว อากาศที่บริสุทธิ์ ที่มีเอกลักษณ์คือโขดหินที่เรียงรายอยู่บนหาดทราย ในรีวิวนี้จันท์จี๊ดดจะพาเพื่อนๆ มาสัมผัสกับรีสอร์ท ที่อยู่คู่กับชายหาดอ่าวยางมายาวนานหลายสิบปีกับรีสอร์ทแห่งนี้ครับ “อ่าวยางรีสอร์ท” ร่วมแสดงความคิดเห็น FacebookTwitterGoogle+Line